กู้ร่วมซื้อบ้านคืออะไร? ทางเลือกวางแผนสินเชื่อสำหรับคนอยากมีบ้านในปี 2026
การซื้อบ้านเป็นหนึ่งในภาระทางการเงินระยะยาวที่ควรวางแผนอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะเมื่อราคาบ้านที่ตอบโจทย์ครอบครัวอาจสูงกว่าวงเงินที่ผู้ซื้อเพียงคนเดียวสามารถกู้ได้
“การกู้ร่วม” หรือ Co-Borrowing จึงเป็นหนึ่งในทางเลือกที่ผู้ซื้อบ้านหลายคนใช้ในการยื่นขอสินเชื่อร่วมกับบุคคลอื่น เช่น คู่สมรส สมาชิกในครอบครัว หรือบุคคลที่มีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ของธนาคาร เพื่อให้สถาบันการเงินพิจารณารายได้ ภาระหนี้ และความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้ร่วมกัน
อย่างไรก็ตาม การกู้ร่วมไม่ได้หมายความว่าจะได้รับอนุมัติสินเชื่อหรือวงเงินสูงขึ้นโดยอัตโนมัติ เพราะธนาคารยังต้องพิจารณาคุณสมบัติและความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้ทุกคนตามนโยบายของแต่ละสถาบันการเงิน
สำหรับผู้ที่กำลังวางแผนซื้อบ้านในปี 2026 มาทำความเข้าใจว่าการกู้ร่วมคืออะไร มีข้อดีและข้อควรระวังอย่างไร และควรเตรียมตัวแบบไหนก่อนตัดสินใจ
กู้ร่วมซื้อบ้าน หรือ Co-Borrowing คืออะไร?
การกู้ร่วม คือ การที่บุคคลตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปร่วมกันยื่นขอสินเชื่อเพื่อซื้อที่อยู่อาศัย โดยธนาคารจะนำข้อมูลทางการเงินของผู้กู้แต่ละคนมาพิจารณาร่วมกันตามหลักเกณฑ์ของธนาคาร
ข้อมูลที่อาจถูกนำมาพิจารณา ได้แก่
รายได้ของผู้กู้แต่ละคน
ภาระหนี้เดิม
ประวัติการชำระหนี้
อาชีพและความมั่นคงของรายได้
อายุและระยะเวลาการผ่อน
มูลค่าทรัพย์สินที่ใช้เป็นหลักประกัน
ดังนั้น การกู้ร่วมจึงไม่ใช่เพียงการ “นำรายได้มารวมกัน” แต่หมายถึงผู้กู้ทุกคนมีภาระรับผิดชอบต่อสินเชื่อตามเงื่อนไขของสัญญาด้วย
การกู้ร่วมช่วยเรื่องวงเงินซื้อบ้านได้อย่างไร?
ในกรณีที่รายได้ของผู้ซื้อเพียงคนเดียวไม่เพียงพอต่อวงเงินที่ต้องการ การมีผู้กู้ร่วมอาจช่วยให้ธนาคารสามารถพิจารณารายได้รวมของผู้กู้มากกว่าหนึ่งคนได้
ตัวอย่างเช่น คู่สมรสที่มีรายได้ทั้งสองฝ่ายอาจยื่นกู้ร่วมกันเพื่อซื้อบ้านสำหรับครอบครัว โดยธนาคารจะประเมินทั้งรายได้และภาระหนี้ของทั้งสองคนร่วมกัน
สิ่งสำคัญคือ ไม่ได้มีเฉพาะ “รายได้” ที่ถูกนำมารวม แต่ภาระหนี้ของผู้กู้ร่วมก็ถูกนำมาพิจารณาเช่นเดียวกัน
หากผู้กู้ร่วมมีภาระสินเชื่อจำนวนมากหรือมีประวัติการชำระหนี้ที่ไม่เหมาะสม ก็อาจส่งผลต่อผลการพิจารณาสินเชื่อได้
4 ข้อดีของการกู้ร่วมซื้อบ้าน
1. เพิ่มรายได้ที่ธนาคารนำมาพิจารณา
ข้อดีหลักของการกู้ร่วมคือ ธนาคารอาจสามารถนำรายได้ของผู้กู้มากกว่าหนึ่งคนมาพิจารณาร่วมกัน ทำให้มีโอกาสเข้าถึงช่วงราคาบ้านที่สอดคล้องกับรายได้รวมของครอบครัวมากขึ้น อย่างไรก็ตาม วงเงินจริงยังขึ้นอยู่กับภาระหนี้ ความสามารถในการชำระ และเกณฑ์ของธนาคาร
2. ช่วยแบ่งภาระการผ่อนบ้าน
สำหรับคู่สมรสหรือครอบครัวที่มีรายได้มากกว่าหนึ่งคน การวางแผนค่างวดร่วมกันสามารถช่วยกระจายภาระค่าใช้จ่ายได้ ควรตกลงให้ชัดเจนตั้งแต่ต้นว่าแต่ละฝ่ายจะรับผิดชอบค่างวดและค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับบ้านอย่างไร เพื่อป้องกันปัญหาในระยะยาว
3. มีทางเลือกในการเลือกบ้านมากขึ้น
เมื่อรายได้รวมและความสามารถในการชำระหนี้เพิ่มขึ้น ผู้ซื้ออาจมีทางเลือกในการพิจารณาบ้านที่มีพื้นที่ใช้สอยมากขึ้น จำนวนห้องที่เหมาะกับสมาชิกในครอบครัว หรือทำเลที่ตรงกับชีวิตประจำวันมากกว่าเดิม
แต่ไม่ควรเลือกบ้านจากวงเงินสูงสุดที่ธนาคารอนุมัติเพียงอย่างเดียว ควรดูว่าค่างวดระยะยาวเหมาะกับรายรับและค่าใช้จ่ายจริงของครอบครัวหรือไม่
4. วางแผนซื้อบ้านสำหรับครอบครัวร่วมกันได้ชัดเจนขึ้น
การกู้ร่วมทำให้ผู้ซื้อจำเป็นต้องพูดคุยกันทั้งเรื่องรายได้ หนี้ เงินออม และเป้าหมายทางการเงิน ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญในการวางแผนซื้อบ้านระยะยาว นอกจากค่างวดแล้ว ควรคำนึงถึงค่าใช้จ่ายอื่น เช่น ค่าส่วนกลาง ค่าเดินทาง ค่าดูแลบ้าน ค่าเฟอร์นิเจอร์ และเงินสำรองฉุกเฉินด้วย
ใครสามารถกู้ร่วมซื้อบ้านได้บ้าง?
หลักเกณฑ์ของผู้กู้ร่วมแตกต่างกันไปในแต่ละธนาคาร โดยทั่วไป สถาบันการเงินอาจพิจารณาผู้กู้ร่วมที่มีความสัมพันธ์กับผู้กู้หลัก เช่น คู่สมรส หรือสมาชิกในครอบครัว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับความสัมพันธ์ จำนวนผู้กู้ร่วม อายุ รายได้ และเอกสารประกอบจะแตกต่างกันตามนโยบายของแต่ละแห่ง
ผู้ที่ต้องการกู้ร่วมจึงควรสอบถามธนาคารโดยตรงก่อนยื่นคำขอ ไม่ควรสรุปจากเกณฑ์ของธนาคารหนึ่งว่าใช้ได้กับทุกธนาคาร
กู้ร่วมไม่ได้แปลว่ากู้ผ่านเสมอไป
การมีผู้กู้ร่วมไม่ได้เป็นการรับประกันว่าสินเชื่อจะได้รับอนุมัติ ธนาคารยังต้องประเมินภาพรวมทางการเงินของผู้กู้ทุกคน รวมถึงรายได้ หนี้เดิม ประวัติการชำระหนี้ และมูลค่าของบ้านที่ใช้เป็นหลักประกัน หากผู้กู้ร่วมมีรายได้สูงแต่มีภาระหนี้จำนวนมาก ก็ไม่ได้หมายความว่าจะช่วยเพิ่มวงเงินได้เสมอไป ดังนั้น ก่อนตัดสินใจเพิ่มผู้กู้ร่วม ควรตรวจสอบข้อมูลทางการเงินของทุกฝ่ายและให้ธนาคารช่วยประเมินเบื้องต้น
ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจกู้ร่วมซื้อบ้าน
การกู้ร่วมเป็นภาระทางกฎหมายและการเงินระยะยาว จึงควรพูดคุยรายละเอียดให้ชัดเจนก่อนลงนามในสัญญา
เรื่องสำคัญที่ควรพิจารณา ได้แก่
ใครเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในบ้าน
ใครรับผิดชอบค่างวดเท่าไร
ค่าใช้จ่ายอื่นของบ้านแบ่งกันอย่างไร
หากฝ่ายหนึ่งไม่สามารถชำระได้ อีกฝ่ายจะจัดการอย่างไร
หากต้องการขายบ้านหรือเปลี่ยนแปลงกรรมสิทธิ์ในอนาคตต้องดำเนินการอย่างไร
หากต้องการให้ผู้กู้ร่วมออกจากสัญญา จะต้องผ่านขั้นตอนและการอนุมัติจากธนาคารอย่างไร
เพราะผู้กู้ร่วมไม่ได้มีหน้าที่เพียงช่วยเพิ่มรายได้ในการยื่นสินเชื่อ แต่ยังมีความรับผิดชอบตามสัญญากู้ด้วย
กู้ร่วมซื้อบ้านในปี 2026 ควรรู้อะไรเพิ่มเติม?
ในปี 2026 ธนาคารแห่งประเทศไทยยังคงมีมาตรการผ่อนคลายเกณฑ์ Loan-to-Value หรือ LTV ชั่วคราวในบางกรณี โดยขยายระยะเวลาสำหรับสัญญากู้ที่ทำตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2570 และกำหนดเพดาน LTV ได้ถึง 100% สำหรับสินเชื่อที่เข้าเงื่อนไขบางประเภท
อย่างไรก็ตาม LTV 100% ไม่ได้หมายความว่าธนาคารจะให้กู้เต็มราคาบ้านแก่ผู้ซื้อทุกคน เพราะธนาคารยังคงพิจารณาความสามารถในการชำระหนี้และนโยบายสินเชื่อของแต่ละแห่ง
ดังนั้น ผู้ที่วางแผนซื้อบ้าน ไม่ว่าจะกู้คนเดียวหรือกู้ร่วม ควรเตรียมเงินสำรองไว้สำหรับเงินส่วนต่าง ค่าใช้จ่ายวันโอน ค่าแต่งบ้าน และค่าใช้จ่ายหลังเข้าอยู่อาศัยด้วย
VIRANYA Bangna – Suvarnabhumi บ้านสำหรับครอบครัวในทำเลบางนา–สุวรรณภูมิ
สำหรับผู้ที่กำลังวางแผนซื้อบ้านร่วมกับคู่สมรสหรือสมาชิกในครอบครัว และกำลังมองหาบ้านในโซนบางนา–สุวรรณภูมิ VIRANYA Bangna – Suvarnabhumi จาก REAL ASSET เป็นอีกหนึ่งโครงการที่ออกแบบฟังก์ชันเพื่อรองรับการใช้ชีวิตของครอบครัว
โครงการตั้งอยู่บริเวณซอยกิ่งแก้ว 29 จังหวัดสมุทรปราการ ในทำเลที่เชื่อมต่อโซนบางนา–สุวรรณภูมิ และอยู่ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิประมาณ 9 กม.
รูปแบบโครงการนำสถาปัตยกรรม Luxury Cape Dutch มาผสมผสานกับการออกแบบพื้นที่ที่ให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวและการใช้งานในชีวิตประจำวัน
SPENCER – บ้านเดี่ยว พื้นที่ใช้สอย 210 ตร.ม.
แบบบ้าน SPENCER มีพื้นที่ใช้สอย 210 ตร.ม. เหมาะสำหรับครอบครัวที่ต้องการพื้นที่ภายในบ้านมากขึ้น พร้อมฟังก์ชันสำหรับการพักผ่อนและใช้ชีวิตร่วมกันของสมาชิกในครอบครัว
ประกอบด้วย 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ พร้อมพื้นที่ Living และ Dining สำหรับกิจกรรมของครอบครัว
CARLTON – บ้านแฝด พื้นที่ใช้สอย 165 ตร.ม.
แบบบ้าน CARLTON มีพื้นที่ใช้สอย 165 ตร.ม. พร้อม 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ ห้องรับแขก และห้องอเนกประสงค์ เหมาะกับครอบครัวที่ต้องการพื้นที่ยืดหยุ่นสำหรับการทำงาน พักผ่อน หรือปรับเปลี่ยนตามการเติบโตของสมาชิกในบ้าน
เลือกบ้านให้เหมาะกับชีวิต ไม่ใช่เลือกตามวงเงินสูงสุด
การกู้ร่วมอาจช่วยเพิ่มทางเลือกในการซื้อบ้าน แต่คำถามที่สำคัญกว่าคือ บ้านราคาเท่าไรที่ครอบครัวสามารถผ่อนได้โดยไม่กระทบคุณภาพชีวิตในระยะยาว
ก่อนตัดสินใจ ควรนำรายได้ของผู้กู้ทุกคนมาหักค่าใช้จ่ายประจำ ภาระหนี้ เงินออม และเป้าหมายทางการเงินอื่น ๆ แล้วจึงกำหนดค่างวดบ้านที่เหมาะสม
หากกำลังพิจารณา VIRANYA Bangna – Suvarnabhumi สามารถสอบถามข้อมูลแบบบ้าน ราคา โปรโมชั่น และข้อมูลประกอบการเตรียมยื่นสินเชื่อกับเจ้าหน้าที่ REAL ASSET เพื่อใช้ประกอบการวางแผนก่อนยื่นคำขอกับธนาคาร
ทั้งนี้ การอนุมัติสินเชื่อ วงเงิน อัตราดอกเบี้ย และคุณสมบัติของผู้กู้ร่วมเป็นไปตามหลักเกณฑ์และการพิจารณาของธนาคารแต่ละแห่ง
Website : www.realasset.co.th
Facebook : www.facebook.com/RealAssetDevelopment
Instagram : www.instagram.com/realasset.development/
LINE Official : @realasset หรือ https://lin.ee/kSfFgQP
Youtube : www.youtube.com/@RealAssetProperty
Call Center : 1232
E-Mail : info@realasset.co.th
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการกู้ร่วมซื้อบ้าน
ถาม: กู้ร่วมซื้อบ้านคืออะไร?
ตอบ: คือการที่บุคคลตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปร่วมกันยื่นขอสินเชื่อบ้าน โดยธนาคารจะพิจารณารายได้ ภาระหนี้ และคุณสมบัติของผู้กู้แต่ละคนร่วมกันตามหลักเกณฑ์ของธนาคาร
ถาม: กู้ร่วมช่วยให้ได้วงเงินมากขึ้นหรือไม่?
ตอบ: อาจช่วยได้ในบางกรณี เพราะธนาคารสามารถพิจารณารายได้รวมของผู้กู้ แต่ภาระหนี้และข้อมูลเครดิตของผู้กู้ร่วมก็จะถูกนำมาพิจารณาด้วย จึงไม่ได้หมายความว่าวงเงินจะเพิ่มขึ้นเสมอไป
ถาม: กู้ร่วมแล้วมีโอกาสกู้ผ่านมากขึ้นหรือไม่?
ตอบ: การมีผู้กู้ร่วมอาจช่วยเพิ่มความสามารถด้านรายได้ แต่ไม่ได้รับประกันการอนุมัติ ธนาคารจะพิจารณาข้อมูลของผู้กู้ทุกคนร่วมกับหลักเกณฑ์สินเชื่อของธนาคาร
ถาม: ใครสามารถเป็นผู้กู้ร่วมได้?
ตอบ: ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละธนาคาร โดยทั่วไปอาจเป็นคู่สมรสหรือสมาชิกในครอบครัวที่มีคุณสมบัติตามที่ธนาคารกำหนด ควรตรวจสอบกับสถาบันการเงินก่อนยื่นคำขอ
ถาม: ผู้กู้ร่วมต้องรับผิดชอบหนี้ด้วยหรือไม่?
ตอบ: ใช่ ผู้กู้ร่วมเป็นคู่สัญญาในสินเชื่อและมีความรับผิดชอบตามเงื่อนไขของสัญญากู้ จึงควรทำความเข้าใจหน้าที่และความเสี่ยงก่อนลงนาม
ถาม: กู้ร่วมซื้อบ้านควรเลือกบ้านจากวงเงินสูงสุดที่ธนาคารอนุมัติหรือไม่?
ตอบ: ไม่จำเป็น ควรพิจารณาค่างวดที่สามารถชำระได้อย่างสบายในระยะยาว รวมถึงค่าใช้จ่ายของครอบครัว เงินสำรอง และภาระอื่น ๆ มากกว่าการใช้วงเงินสูงสุดเป็นเกณฑ์ในการเลือกบ้าน







