REAL HOME CARE
1232
TH
/
EN
REAL HOME CARE
1232
TH
/
EN
บ้านเดี่ยว
บ้านเดี่ยว วิรัณยา รังสิต - วงแหวน
บ้านเดี่ยว วีวัลดี บางนา
บ้านเดี่ยว วิรัณยา บางนา - สุวรรณภูมิ
บ้านแนวคิดใหม่
บ้านแนวคิดใหม่ เซนส์ บางนา - สุวรรณภูมิ
ทาวน์โฮม
ทาวน์โฮม สตอรี่ส์ รังสิต - วงแหวน
ทาวน์โฮม สตอรี่ส์ บางนา - สุวรรณภูมิ
ทาวน์โฮม เพล็กซ์ อ่อนนุช - วงแหวน
คอนโดมิเนียม
คอนโดมิเนียม เอ สเปซ เมกา 2
คอนโดมิเนียม อาโล่ สุขุมวิท 105 - ลาซาล
คอนโดมิเนียม เอ สเปซ เมกา
คอนโดมิเนียม เดอะ สเตจ มายด์สเคป รัชดา - ห้วยขวาง
คอนโดมิเนียม เดอะ สเตจ เตาปูน - อินเตอร์เชนจ์
Condominium AESTIQ Thonglor
บล็อก
เกี่ยวกับเรา
ติดต่อเรา
Top
REAL ASSET
BLOG
ข่าวสารอสังหาริมทรัพย์
ไลฟ์สไตล์
ข่าวสารกิจกรรม
เคล็ดลับต่างๆ
ข่าวสารอสังหาริมทรัพย์
Baccarat × AESTIQ Thonglor ค่ำคืนแห่งความประณีตและชีวิตเหนือระดับ
ดูรายละเอียด
ไลฟ์สไตล์
สำรวจบ้านและคอนโดบางนา จาก REAL ASSET ใกล้ Mega Bangna
ดูรายละเอียด
ข่าวสารกิจกรรม
เปลี่ยนค่าเช่า เป็นเจ้าของ ที่ ARLO สุขุมวิท 105 – ลาซาล
ดูรายละเอียด
เคล็ดลับต่างๆ
แนะนำขั้นตอนการซื้อบ้านเดี่ยวบางนาผ่านธนาคาร
ดูรายละเอียด
ข่าวสารอสังหาริมทรัพย์
News
ดูรายละเอียด
0
5389
วิธีตรวจสัญญาเวลาโอนบ้าน โอนคอนโด
ดูรายละเอียด
0
4159
บางนา อาณาจักรแห่งความสุข
ดูรายละเอียด
0
4252
ร้านอาหารญี่ปุ่นอร่อยราคาสุดคุ้ม
ดูรายละเอียด
0
11615
พรรณไม้มงคลตามวันเกิด เสริมโชคคอนโดติดรถไฟฟ้า - Real Asset
ดูรายละเอียด
0
3295
มุมน้ำชายามบ่ายสุดเก๋ไก๋ ใจกลางกรุง
ดูรายละเอียด
0
3460
การเลือกโคมไฟ เปลี่ยนบรรยากาศให้บ้านสวย
0
5389
วิธีตรวจสัญญาเวลาโอนบ้าน โอนคอนโด
อสังหาริมทรัพย์ประเภทบ้านหรือคอนโด เป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่า การทำธุรกิจประเภทนี้จึงต้องมีเรื่องของกฎหมายเข้ามาเกี่ยวข้อง ตัวอย่างเช่นเมื่อมีการซื้อขาย ในทางกฎหมายกำหนดให้ต้องทำนิติกรรมเป็นหนังสือและจดทะเบียนการได้มาอย่างถูกต้อง ซึ่งขั้นตอนเหล่านี้มีวิธีตรวจสอบอย่างไร บทความนี้มีคำตอบค่ะ บ้านหรือคอนโดมิเนียม ถือเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าเมื่อมีการซื้อขายในทางหมายกำหนดให้ต้องทำนิติกรรมเป็นหนังสือหรือเป็นลายลักษณ์อักษรไว้อย่างชัดเจน แต่ก่อนที่จะศึกษาหรือทำความเข้าใจกับวิธีตรวจสัญญาเวลาโอนบ้านหรือโอนคอนโด ทั้งในกรณีซื้อไว้เพื่อการลงทุนหรือเพื่อเป็นที่อยู่อาศัย ต้องเข้าใจขั้นตอนการซื้อขายและส่วนประกอบของสัญญาซื้อขายอย่างเข้าใจเสียก่อน ความแตกต่างระหว่างสัญญาซื้อขายกับสัญญาจะซื้อจะขาย การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ มีสัญญาสองรูปแบบ ได้แก่ สัญญาซื้อขายและสัญญาจะซื้อจะขาย ทั้งสองรูปแบบใช้แตกต่างกัน ดังนี้ 1. หนังสือสัญญาซื้อขาย กรณีซื้อบ้านหรือคอนโดมิเนียมเป็นเงินสดหรือจ่ายเงินกันเบ็ดเสร็จ ซึ่งบ้านหรือคอนโดเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่กฎหมายกำหนดให้ต้องทำเป็นหนังสือ และหนังสือสัญญาที่ทำขึ้นนั้นจะมีผลสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อได้ทำการจดทะเบียนต่อเจ้าพนักงานเรียบร้อยแล้ว กรณีทำสัญญาซื้อขายโดยไม่ได้ทำการจดทะเบียนผลทางกฎหมายจะถือว่าสัญญาเป็นโมฆะ ไม่มีผลผูกพันทันที กรณีมีการชำระเงินกันแล้วผู้ซื้อผู้ขายต้องคืนเงินให้แก่กัน 2. หนังสือสัญญาจะซื้อจะขาย เป็นการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์เช่นเดียวกับกรณีแรก แต่มีข้อกำหนดหรือได้ระบุว่าจะไปทำการโอนบ้านหรือคอนโดกันภายหลังจากวันที่ทำสัญญา และผู้ซื้อผู้ขายได้ตกลงซื้อขายโดยการวางเงินมัดจำไว้เป็นบางส่วน การทำสัญญาจะซื้อจะขายไว้ ย่อมเป็นการปกป้องสิทธิทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย หากมีการผิดนัดไม่ชำระส่วนที่เหลือหรือไม่มีการส่งมอบบ้านและคอนโด เมื่อเกิดเป็นคดีความการพิสูจน์ในชั้นศาลหากมีหลักฐานย่อมปกป้องผลประโยชน์ได้ดีกว่า ส่วนประกอบของสัญญา โดยทั่วไปสัญญาซื้อขายหรือสัญญาจะซื้อจะขายอสังหาริมทรัพย์ มีส่วนประกอบ 10 ส่วน ดังนี้ 1. รายละเอียดการจัดทำสัญญา เป็นข้อมูลวันเวลาที่มีการทำสัญญาขึ้น รวมไปถึงสถานที่ที่มีการจัดทำสัญญา 2. รายละเอียดของคู่สัญญา จะประกอบไปด้วย 2 ฝ่าย ฝ่ายหนึ่งคือผู้จะซื้อ และอีกฝ่ายคือผู้จะขาย โดยจะใช้รายละเอียดตามที่แสดงในบัตรประชาชนซึ่งสำเนาบัตรประชาชนจะเป็นเอกสารแนบท้ายสัญญา 3. รายละเอียดอสังหาริมทรัพย์ เป็นรายละเอียดของอสังหาริมทรัพย์ที่ตกลงซื้อขาย 4. ราคาขายและรายละเอียดการชำระเงิน ระบุว่าคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ในราคาเท่าไร จ่ายเงินในครั้งเดียวหรือมีการวางมัดจำ แบ่งการชำระเป็นกี่งวด ชำระเมื่อไร เป็นต้น 5. รายละเอียดการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ คือการระบุวันที่ซึ่งจะให้มีการทำสัญญาซื้อขายและจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ขึ้น อีกทั้งมีการกล่าวถึงเรื่องค่าใช้จ่ายในการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ เช่น ค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์ ค่าอากร ค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ ค่านายหน้า รวมไปถึงภาษีหัก ณ ที่จ่าย โดยกำหนดอย่างชัดเจนว่าฝ่ายผู้จะซื้อจะต้องรับผิดชอบในส่วนบ้างและรับผิดชอบเท่าไร 6. รายละเอียดการส่งมอบ ในส่วนนี้จะระบุว่าผู้จะขายจะส่งมอบบ้านหรือคอนโดให้กับผู้จะซื้อภายในระยะเวลากี่วันหลังจากมีการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ 7. การโอนสิทธิและคำรับรองของผู้จะขาย เช่น คำรับรองของผู้ขาย ว่าอสังหาริมทรัพย์ที่จะขายนั้นไม่มีภาระผูกพันใด ๆ 8. การผิดสัญญาและการระงับสัญญา จะกล่าวถึงการบังคับใช้ของสัญญาซื้อขายว่าจะเกิดผลต่อคู่สัญญาอย่างไรเมื่อฝ่ายหนึ่งผิดสัญญา 9.ข้อตกลงและเงื่อนไขอื่น ๆ คือข้อตกลงเพิ่มเติมที่คู่สัญญาตกลงกันไว้ล่วงหน้าเพื่อเป็นทางออกในกรณีที่มีปัญหาเกิดขึ้น 10. การลงชื่อของคู่สัญญาและพยาน การลงชื่อของผู้ซื้อและผู้ขายลงในสัญญาฯ พร้อมทั้งพยานอีกฝ่ายละ 1 คนร่วมลงชื่อรับทราบโดยสัญญาจะซื้อจะขายจะทำขึ้น 2 ฉบับและมีข้อความถูกต้องตรงกัน มอบให้คู่สัญญาฯ เก็บไว้ฝ่ายละ 1 ฉบับ เมื่อศึกษารายละเอียดของสัญญาและขั้นตอนการซื้อขายอย่างเข้าใจ วิธีตรวจสัญญาเวลาโอนบ้านโอนคอนโด ก็เป็นเรื่องที่ทำได้ง่ายขึ้น ที่มา : Homezoomer ------------------------------------------ ชมข้อมูลบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม โฮมออฟฟิศ คอนโดมิเนียม เพิ่มเติมได้ที่ Website : www.realasset.co.th Facebook : www.facebook.com/RealAssetDevelopment Instagram : www.instagram.com/realasset.development/ LINE@ : @realasset Call Center : 1232
0
4159
บางนา อาณาจักรแห่งความสุข
ย่านที่คนมักจะมองผ่านเลยไปด้วยภาพลักษณ์ที่เป็นโซนอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ แต่ตอนนี้บางนากำลังจะเปลี่ยนไป ด้วยโครงการเก๋ ๆ ที่เกิดขึ้น ทำให้บางนากลายเป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยความสุขและสนุกแห่งใหม่ของคนเมือง 1. เสพศิลป์งานคราฟต์ – Atelier Rudee Atelier Rudee ตั้งอยู่ในซอยหมู่บ้านนภาลัย สุขุมวิท 70 Atelier Rudee (แอท’เทลเย ฤดี) สตูดิโอชื่อแปลกที่นำเสนอเวิร์คชอปไม่เหมือนใครมาให้ลองลงมือทำ ทั้งการสร้างเครื่องประดับโลหะ พื้นฐานการลงยาสี และการสร้างชิ้นงานขี้ผึ้ง ตั้งอยู่ในซอยหมู่บ้านนภาลัย สุขุมวิท 70 ลง BTS บางนา ทางออก 4 ที่นี่ไม่ได้สอนแค่เพียงภาคปฏิบัติและภาคทฤษฎีเท่านั้น แต่ยังกระตุ้นให้ผู้ที่เข้าร่วมเวิร์คชอปรู้จักแปรเปลี่ยนจินตนาการให้กลายเป็นชิ้นงาน ด้วยความเชื่อว่างานออกแบบที่ดีมีต้นกำเนิดมาจากความคิดสร้างสรรค์ ใครอยากได้เครื่องประดับโลหะเก๋ๆ สักชิ้น ต้องมาลอง! ร้านเปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10 โมงเช้าถึง 6 โมงเย็น โทร : 082 326 1309 Facebook : Atelier Rudee 2. พลิ้วไหวตามเสียงเพลง – The Artists Dance Studio The Artists Dance Studio ตั้งอยู่โครงการ The Coast Bangkok BTS บางนา หลายคนมองว่าความสัมพันธ์ของคนเมืองฉาบฉวย ด้วยความที่ต้องเร่งทำงาน เร่งเดินทางแข่งกับเวลา ทำให้ละเลยการทำกิจกรรมร่วมกัน แต่ที่ The Artists Dance Studio ศูนย์รวมความฝัน ความบันเทิง และกิจกรรมผ่อนคลายของคนเมือง มีคลาสสอนเต้นตั้งแต่ Ballet, Jazz Dance, Broadway Jazz, Hip Hop, Street Dance, High Heel Dance, Contemporary Dance รวมทั้งลีลาศและโยคะ ตั้งอยู่โครงการ The Coast Bangkok ลง BTS บางนา ทางออก 2 ร้านเปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10 โมงเช้าถึง 3 ทุ่ม โทร : 095 480 4646 Facebook : The Artists Dance Studio 3. หอมฟุ้งกลิ่นดอกไม้ – Yoltawan Flower Yoltawan Flower ตั้งอยู่มุมถนนแยกลาซาล บนถนนศรีนครินทร์ ในย่านที่คนพลุกพล่าน รถราแข่งกันไปให้ถึงจุดหมายเร็วที่สุด กลับมีบ้านสีขาวสะอาดตาหลังย่อม ตั้งอยู่มุมถนนแยกลาซาล บนถนนศรีนครินทร์ ประหนึ่งอยู่ในสวนอังกฤษ Yoltawan Flower คือร้านจัดดอกไม้สด ดอกไม้ประดิษฐ์ ช่อดอกไม้ แจกันดอกไม้ กระเช้าดอกไม้ และมีมุมคาเฟ่บริการกาแฟและขนมหวานพร้อมสรรพ ร้านเปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 7 โมงเช้าถึง 1 ทุ่มครึ่ง โทร : 094 654 4466, 096 921 9191 Facebook : ร้านดอกไม้ Yoltawan Flower&Decoration 4. คลังดนตรี – Vinyl Die Hards Vinyl Die Hards ตั้งอยู่ ชั้น 1 อาคาร The Ninth Place ตรงข้ามพาราไดซ์พาร์ค ถนนศรีนครินทร์ ยุคที่สตรีมมิ่งมาแรงแซงแผ่นซีดี เป็นช่วงสมัยที่แค่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ตบนโทรศัพท์มือถือก็สามารถฟังเพลงได้ทุกแนว แต่สำหรับผู้หลงใหลในแผ่นเสียง Vinyl Die Hards คือสวรรค์ของนักล่าแผ่นเลยทีเดียว เป็นคลังแผ่นเสียงยุค 60s 70s 80s ไม่ต่ำกว่าหมื่นแผ่น ขณะเดียวกันก็มีอัลบั้มใหม่ๆ ให้เลือกมากมาย ราคาเป็นมิตร มีเครื่องเล่นให้ทดลองฟัง แถมมีขายทางออนไลน์อีกด้วย ตั้งอยู่ ชั้น 1 อาคาร The Ninth Place ตรงข้ามพาราไดซ์พาร์ค ถนนศรีนครินทร์ ร้านเปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11 โมงถึง 1 ทุ่มครึ่ง โทร : 02 346 4547 Facebook : Vinyl Die Hards 5. กระบองเพชรในเรือนกระจก – Cactus & Cup Cafe Cactus & Cup Cafe ตั้งอยู่ถนนศรีนครินทร์ แยกลาซาล สาวกหนามน้อยกรี๊ดแน่นอน เพราะ Cactus & Cup Cafe ไม่เพียงแต่เป็นคาเฟ่ขายเครื่องดื่ม แต่ยังเป็นโรงเพาะพืชอวบน้ำขวัญใจชาวฮิปสเตอร์ ภายในแยกเป็น 2 ส่วน คือโซนที่เป็นคาเฟ่สำหรับนั่งพักดื่มกาแฟและชิมขนมหวาน อีกโซนคือเรือนกระจกที่เต็มไปด้วยต้นกระบองเพชร ทั้งเล็กใหญ่หลายขนาด ตั้งเรียงรายน่าชม มีให้เลือกซื้อ เริ่มต้นที่ 35 บาท หรือใครจะแวะมาถ่ายรูปอย่างเดียวเจ้าของร้านก็ยินดี ตั้งอยู่ถนนศรีนครินทร์ แยกลาซาล ร้านเปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 7 โมงเช้าถึง 1 ทุ่ม โทร : 092 495 6993 Facebook : Cactus & Cup 6. เช็คอินเมืองเหนือกลางกรุง – ร้าน @เชียงใหม่ ร้าน @เชียงใหม่ คาเฟ่เครื่องดื่มขนมปัง ของคนย่านบางนา ว่ากันว่า ใครคิดถึงเชียงใหม่ต้องมาร้าน @เชียงใหม่ คาเฟ่เครื่องดื่มขนมปังที่ไม่ต้องบินไกลขึ้นเหนือ เพราะเสิร์ฟถึงที่สู่คนกรุงย่านบางนา ก่อนถึงโรงพยาบาลศิครินทร์ ซอยลาซาล แค่บรรยากาศร้านก็ฟินเหมือนอยู่เชียงใหม่ ภายในร้านประดับด้วยตุงแบบภาคเหนือ และมีของเก่าสะสมให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนมานั่งอยู่บ้านคุณย่า เสียงใสๆ ของพนักงานกล่าวทักทายด้วยภาษาพื้นเมือง ยิ่งทำให้คิดถึงเวลาไปแอ่วเชียงใหม่ ที่สุดของเมนูห้ามพลาด “ปังหลังมอ” ไส้เนยสดผสมนมข้นหวาน กรอบนอกนุ่มใน อร่อยเด็ด ราคาย่อมเยาว์ ร้านเปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 7 โมงเช้าถึง 2 ทุ่ม โทร : 092 853 3508 Facebook : Cafe at Chiang Mai 7. ดินแดนแห่งความสนุก – TOTEM KINGDOM TOTEM KINGDOM ตั้งอยู่ในคอมมูนิตี้มอลล์แห่งใหม่ย่านบางนา The Jas Urban ไฮไลท์เด็ดของคอมมูนิตี้มอลล์แห่งใหม่ย่านบางนา The Jas Urban คือสวนสนุกในร่ม TOTEM KINGDOM ที่ยกตัวเองเป็นอาณาจักรแห่งความสนุกแห่งใหม่ ภายในแบ่งเป็น 5 โซน โดยแต่ละโซนจะมีเครื่องเล่นวัดความสามารถต่างกัน และมีมุมพักผ่อนหย่อนใจสำหรับผู้ใหญ่ที่พาเด็กๆ มาเล่นกิจกรรม และมีโซนชอปปิงของเล่นเด็กๆ ให้เราย้อนนึกถึงวันวาน ค่าเข้าผู้ใหญ่ราคาเดียว 100 บาท ส่วนเด็ก ๆ เริ่มต้น 200 - 450 บาท ร้านเปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10 โมงเช้าถึง 3 ทุ่ม โทร : 093 453 9888 Facebook : Totem Kingdom ที่มา : DDproperty ------------------------------------------ ชมข้อมูลบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม โฮมออฟฟิศ คอนโดมิเนียม เพิ่มเติมได้ที่ Website : www.realasset.co.th Facebook : www.facebook.com/RealAssetDevelopment Instagram : www.instagram.com/realasset.development/ LINE@ : @realasset Call Center : 1232
0
4252
ร้านอาหารญี่ปุ่นอร่อยราคาสุดคุ้ม
รวมร้านอาหารญี่ปุ่นอร่อย คุณภาพดี และราคาคุ้มค่าในกรุงเทพฯ ทั้งร้านบุฟเฟ่ต์ซูชิ ซาชิมิ ชาบู สุกี้ เทปันยากิ และร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์อิซากายะ สำหรับคนรักอาหารญี่ปุ่นที่อยากอิ่มอร่อยในราคาสบายกระเป๋า
0
11615
พรรณไม้มงคลตามวันเกิด เสริมโชคคอนโดติดรถไฟฟ้า - Real Asset
การปลูกต้นไม้ในบ้านนั้น นอกจากจะเลือกจากความชอบของเจ้าของบ้าน หรือผู้อยู่อาศัยในบ้านแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่หลายคนยึดถือกันมาตลอดสำหรับการคัดเลือกต้นไม้ที่จะปลูกนั่นก็คือ การเลือกไม้มงคลประจำวันเกิด และราศีเกิด ซึ่งนอกจากจะเป็นต้นไม้ที่เป็นมงคล เสริมสร้างความร่มเย็นเป็นสุขให้กับบ้านของเราแล้ว ยังช่วยเสริมดวง บุญบารมีให้กับผู้กับผู้อาศัยอีกทางหนึ่งด้วย ซึ่งราศี และวันเกิดไหน ควรจะปลูกต้นไม้ใดบ้าง ลองมาดูกันนะคะ คนเกิดวันอาทิตย์ : ไม้มงคลจะเป็นพวกไม้ดอกสีเหลือง หรือสีส้ม เนื่องจากสีเหลืองและสีส้มเป็นสีที่ถูกโฉลกและเป็นต้นไม้สิริมงคลของคนที่เกิดวันนี้ โดยเฉพาะ สำหรับไม้มงคลของคนเกิดวันอาทิตย์ที่น่าสนใจ ราชพฤกษ์หรือคูน โป๊ยเซียน(สีเหลืองหรือส้ม) โกสน (เน้นที่ใบมีสีเหลืองแซมเยอะๆ )ชบา(สีเหลืองและส้ม) จำปา (สีเหลืองอีกเช่นกัน) คนเกิดวันจันทร์ : ไม้มงคลควรเป็นไม้ที่มีดอกสีขาวหรือเหลืองจะถูกโฉลกมาก คนเกิดวันจันทร์จะมีต้นไม้มงคลให้เลือกปลูก ดังนี้ วาสนา โกสน (ชื่อพ้องกับคำว่า กุศล) ราตรี มะลิ มะม่วง กวนอิม โป๊ยเซียน แก้ว จำปี พลูด่าง กระถิน มะยม ชะพลู คนเกิดวันอังคาร : สีไม้มงคลของคนวันอังคารคือ สีแดง หรือชมพู ดังนั้นไม้ดอกที่ปลูก ควรเป็นสีใดสีหนึ่งในนี้ ซึ่งก็ได้แก่ กุหลาบ(แดงหรือชมพู) อัญชัน โกสน โป๊ยเซียน เข็ม ชบา พญายอ คนเกิดวันพุธ : ไม้มงคลสำหรับมีหลายชนิด ไม่ว่าจะเกิดพุธกลางวันหรือกลางคืนจะมีไม้มงคลอย่างเดียวกัน คือไม้ที่มีดอกสีเหลืองเพราะเป็นสีต้องโฉลก โดยไม้มงคลที่เด่นๆก็มี กวนอิม วาสนา พลูด่าง โป๊ยเซียน กล้วย ราชพฤกษ์หรือคูน กุหลาบ โกสน ชบา คนเกิดวันพฤหัสบดี : ชะตาชีวิตของคนเกิดวันพฤหัสบดีจะได้ดีมีเกียรติ มีทรัพย์ แต่จะมีทุกข์เรื่องเพื่อนฝูงหรือคู่ครอง เพราะเป็นคนเจ้าชู้ บริวารไม่ค่อยเชื่อฟัง ชะตาชีวิตต้องคอยค้ำชูผู้อยู่รอบข้างเสมอ ดังนั้นควรปลูกไม้ดอกสีขาวเพื่อเสริมชะตาและให้ต้องโฉลก ไม้มงคลของคนเกิดวันนี้ก็มี มะลิ จำปี ราตรี พุด กุหลาบ(ขาว) แก้ว คนเกิดวันศุกร์ : คนเกิดวันศุกร์มักมีบุคลิกดี พูดจาหวาน ช่างยกยอเอาอกเอาใจ ปลอบประโลมคนเก่ง เป็นคนรักสวยรักงาม จึงควรปลูกไม้มงคลดังต่อไปนี้ กุหลาบ อัญชัน เข็ม ชบา โกสน โป๊ยเซียน (ดอกสีแดงหรือชมพู) คนเกิดวันเสาร์ : คนวันเสาร์ตามตำรากล่าวว่าเป็นคนกล้าแกร่งห้าวหาญ ชะตาชีวิตชอบอยู่อย่างเรียบง่าย ชอบงานที่ไม่ต้องเคร่งเครียด หากเชื่อฟังคำเตือนของคนอื่นบ้างจะได้ดีมีอนาคตสดใส สำหรับไม้มงคลของคนเกิดวันนี้ก็มีวาสนา มะลิ ไม่ว่าจะเป็นมะละซ้อนหรือมะลิลา กวนอิม จำปี จำปา หรือพวกไม้ผลอย่าง มะม่วง ชมพู่ ฝรั่ง ที่นอกจากจะเก็บผลกินได้แล้ว ยังเชื่อว่าจะทำให้ผู้ปลูกร่ำรวยยิ่งขึ้นอีกด้วย เมื่อรู้จักไม้มงคลประจำวันเกิดกันแล้ว ทีนี้มาดูว่าไม้มงคลประจำราศีเกิดกันบ้าง ว่าไม้ประเภทไหนต้องโฉลกกับคนเกิดราศีไหน ราศีมังกร : ไม้มงคล คือ แก้ว วาสนา โป๊ยเซียน และกุหลาบ เพื่อเสริมความร่ำรวย รุ่งเรือง ทำให้เกิดโชคลาภ วาสนา นอกจากนี้ยังมี ไผ่ ที่แสดงถึงความอดทนและความเป็นนักสู้ ราชพฤกษ์ ที่มีดอกสีเหลืองเปรียบได้กับความรุ่งเรืองดั่งทอง ราศีกุมภ์ : ไม้มงคล คือ เข็ม เพื่อเสริมความฉลาดเฉียบแหลม เฟื่องฟ้า เพื่อเสริมสร้างคุณค่าของชีวิตให้สูงขึ้น บอนไซ เพื่อความแข็งแกร่ง อดทน ราศีมีน : ไม้มงคล คือ กล้วยไม้ เพราะจะทำให้เกิดความประทับใจแก่บุคคลทั่วไป เฟื่องฟ้า ช่วยเสริมสร้างชีวิตให้รุ่งเรือง วาสนา ทำให้ผู้ปลูกมีโชควาสนา นอกจากนี้ยังมีไม้ที่ให้พลังอำนาจแก่ชาวราศีมีน เช่น โมก กล้วย มะม่วง ราศีเมษ : ไม้มงคล คือ มะยม ช่วยทำให้มีคนนิยมชมชอบ มะขาม ช่วยทำให้มีแต่ผู้คนเกรงขาม ให้ความนับถือ เฟื่องฟ้า ช่วยทำให้ชีวิตที่รุ่งเรือง ราศีพฤษภ : ไม้มงคล คือ โมก ซึ่งจะช่วยให้เกิดความสุข ความบริสุทธิ์สดใส แก้ว (ควรปลูกทางทิศ ตะวันออกและควรปลูกในวันพุธ) จะทำให้มีโชคมีลาภคน ส้มโอ ปลูกเพื่อความอุดมสมบูรณ์ ราศีเมถุน : ไม้มงคล คือ โมก เพราะจะทำให้เกิดความสุข ความบริสุทธิ์ เข็ม(ควรปลูกเป็นร่องตรงประตูบ้านหรือสองฝากทางเข้าบ้าน) จะทำให้ชะตารุ่งเรือง อุปสรรคไม่กล้ำกลาย ทับทิม เพื่อให้เกิดความสงบร่มเย็นของชีวิต โป๊ยเซียน ช่วยคุ้มครองให้อยู่เย็นเป็นสุข กุหลาบ เพื่อความสง่าภาคภูมิ ราศีกรกฏ : ไม้มงคล คือ กล้วยไม้ เพราะจะทำให้เกิดความประทับใจแก่ผู้พบเห็น และจะทำให้คนในบ้านมีจริยธรรมและมีโชคลาภ ชมพู่ ช่วยให้อุดมทรัพย์สิน วาสนา ทำให้ผู้ปลูกมีโชควาสนา พลูด่าง เพื่อความร่มเย็น เป็นสุข เฟื่องฟ้า เพื่อช่วยเสริมให้ชีวิตสดใสเบิกบาน ราศีสิงห์ : ไม้มงคล คือ ขนุน เพื่อหนุนบุญบารมี เงินทอง และให้มีคนเกื้อหนุนจุนเจือ จำปี เพื่อช่วยให้ชีวิตสดใส โป๊ยเซียน ช่วยเสริมความร่ำรวยรุ่งเรือง กล้วยไม้ เพื่อประทับใจแก่ผู้พบเห็น ราศีกันย์ : ไม้มงคล คือ สนฉัตร(ควรปลูกทางทิศเหนือและปลูกในวันเสาร์)เพื่อความสง่าและมีเกียรติ ราชพฤกษ์ เพื่อช่วยเสริมให้มีศักดิ์ศรีและบารมี เฟื่องฟ้า เพื่อความสดใส เบิกบาน มีชีวิตที่เฟื่องฟู โป๊ยเซียน จะนำมาซึ่งโชคลาภ ขนุน เพื่อให้คนเกื้อหนุนจุนเจือ มะยม เพื่อให้คนนิยมชมชอบ ราศีตุลย์ : ไม้มงคล คือ หมากแดง ปาล์ม พลูด่าง โกสน เพื่อช่วยเสริมให้มีบุญบารมี ช่วยคุ้มครองให้อยู่เย็นเป็นสุข จำปี เพื่อความสดในหน้าที่การงาน จำปา เพื่อให้มีแต่คนรัก เฟิร์นข้าหลวง ช่วยส่งเสริมชื่อเสียงเกียรติยศ ราศีพิจิก : ไม้มงคล คือ พวงแสด ปาล์ม เฟื่องฟ้า เพื่อชีวิตที่สว่างไสวรุ่งเรือง เบญจมาศ ช่วยให้รุ่งเรืองมั่นคง ขนุน ช่วยให้คนเกื้อหนุนจุนเจือ ว่านสี่ทิศ เพื่อแคล้วคลาด ปลอดภัย ไม่ว่าจะเดินทางไปที่ใด ราศีธนู : ไม้มงคล คือ บัว เพื่อให้เกิดความบริสุทธิ์เบิกบาน เฟิร์นข้าหลวง เพื่อจะนำมาซึ่งชื่อเสียงเกียรติยศแก่ผู้ปลูก แก้ว ช่วยกระจายอุปสรรคปัญหาออกไปจากชีวิต พลูด่าง และ โป๊ยเซียน จะช่วยเสริมโชคลาภ รู้อย่างนี้แล้ว ก็ลองเลือกซื้อต้นไม้ที่ตรงกับวันเกิด และราศีของคุณมาปลูกในพื้นที่บ้านดูนะคะ เพื่อความเป็นสิริมงคล ร่มเย็น แก่บ้านและผู้อยู่อาศัยค่ะ ที่มา : MGR Online ------------------------------------------ ชมข้อมูลบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม โฮมออฟฟิศ คอนโดมิเนียม เพิ่มเติมได้ที่ Website : www.realasset.co.th Facebook : www.facebook.com/RealAssetDevelopment Instagram : www.instagram.com/realasset.development/ LINE@ : @realasset Call Center : 1232
0
3295
มุมน้ำชายามบ่ายสุดเก๋ไก๋ ใจกลางกรุง
สัมผัสเสน่ห์ของวัฒนธรรมการจิบน้ำชายามบ่ายกับหลากหลายสถานที่สุดหรูใจกลางกรุงเทพฯ ที่พร้อมเสิร์ฟชาเกรดพรีเมียม ขนมหวานแสนอร่อย และบรรยากาศสุดประทับใจสำหรับผู้ที่หลงใหลในไลฟ์สไตล์เหนือระดับ
0
3460
การเลือกโคมไฟ เปลี่ยนบรรยากาศให้บ้านสวย
การสร้างบรรยากาศที่สวยงามภายในบ้านด้วยการปรับเปลี่ยนสภาพแสง และจัดวางโคมไฟประดับที่ลงตัว เป็นหนึ่งในขั้นตอนสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามหากคุณเป็นคนรักบ้านตัวจริง ใครที่กำลังคิดจะเปลี่ยนโคมไฟ เรามีข้อพิจารณาในการเลือกโคมไฟสำหรับห้องต่าง ๆ ในบ้านมาฝากกันค่ะ ห้องรับแขก - เป็นห้องที่ต้องการแสงที่สม่ำเสมอกันทั่วทั้งบริเวณ แสงหลักควรมาจากโคมไฟเพดาน ควรเลือกหลอดไฟแบบสีสว่างหรือแสงจาก FLUORESCENT เสริมด้วยการเลือกใช้ไฟหรี่ตกแต่งตามมุมต่าง ๆ และไฟติดผนัง หรือวางโคมไฟตั้งโต๊ะ โคมไฟตั้งพื้นร่วมด้วย เพื่อเพิ่มลูกเล่นให้แสงมีมิติ สำหรับโคมแขวนเพดานสำหรับตกแต่งห้องรับแขก ควรเลือกโคมไฟแบบห้อยหรือแชนเดอร์เลียร์ ที่เหมาะกับการให้แสงสว่างเฉพาะจุดที่ต้องการใช้งาน ติดตั้งตรงโซฟารับแขกและระหว่างโถงทางเดิน นอกจากให้แสงสว่าง แล้วตัวโคมไฟยังเป็นสิ่งประดับ จึงควรเลือกแบบให้เข้ากับสไตล์ของบ้าน ห้องนอน – ต้องการแสงสว่างที่ทำให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลาย โคมไฟที่ใช้อาจเป็นแบบติดผนัง ตั้งโต๊ะ และตั้งพื้น อาจมีการติดไฟตามหลืบมุมของห้องให้สวยงามได้ แต่ควรเลี่ยงโคมไฟ DOWNLIGHT หรือไฟเพดานที่ส่องลงมาเข้าตาคนที่นอนอยู่ และควรเลือกแสงในโทนอบอุ่น แสงไฟที่นวลตาช่วยทำให้บรรยากาศดูอ่อนโยนไม่จัดจ้าเกินไป แต่ก็ไม่มืด เพื่อให้สามารถทำกิจกรรมก่อนนอนได้เป็นอย่างดี เช่น อ่านหนังสือ ดูทีวี ตำแหน่งของโคมไฟห้องนอนควรมีที่หัวเตียงแต่ละด้าน เปิดปิดแยกกัน ควรเลือกหลอดไฟแบบคอมแพกต์ FLUORESCENT ที่ให้แสงโทน WARM WHITE โดยในห้องนอนที่มีโทรทัศน์อยู่ปลายเตียงก็ควรติดตั้ง DOWNLIGHT ขนาด 11 วัตต์ ไว้ที่บริเวณปลายเตียงอีก 1 ดวง เพื่อตัดแสงหน้าจอจากโทรทัศน์ ถ้าอยากแขวนแชนเดอเลียร์ในห้องนอน ควรเลือกแบบที่สาดแสงขึ้นไปหาเพดาน อย่าเลือกแบบที่ส่องลง ห้องน้ำ – การเลือกไฟในห้องน้ำต้องคิดถึงความสะอาด สะดวกและปลอดภัยในการใช้งานเป็นสำคัญ ควรมีไฟมากกว่าหนึ่งดวงและแยกสวิทช์แต่ละดวง เพราะจะมีการใช้งานตลอดทั้งวัน ตั้งแต่อาบน้ำ ขับถ่าย แปรงฟัน แต่งตัว ซึ่งกิจกรรมแต่ละประเภทก็จะต้องการแสงที่ไม่เหมือนกัน อีกทั้งยังเป็นจุดที่อับชื้นมากที่สุด และอาจมีอันตรายจากการลื่นล้มหากแสงไม่พอ โคมไฟหลักในห้องน้ำควรเป็นไฟเพดานที่ส่องสว่างลงมาได้ทั่วห้อง ร่วมกับไฟเฉพาะจุด เช่น ไฟตรงอ่างล้างมือหรือเคาน์เตอร์สำหรับแต่งหน้าแต่งตัว หลีกเลี่ยงการใช้โคมไฟแบบตั้งพื้น - ตั้งโต๊ะ หรือมีสายไฟที่ต้องเสียบปลั๊ก และไม่ติดตั้งในจุดที่เปียก เพื่อป้องกันอันตรายจากความชื้น ใช้โคมที่มีตัวหุ้มหลอดเพื่อหลีกเลี่ยงน้ำไม่ให้กระเด็นไปถูกหลอดได้ ถ้าต้องการติดตั้งโคมไฟเพื่อความสวยงาม ควรเลือกแบบติดผนัง ไม่มีเหลี่ยมมุมหรือคมที่อาจเป็นอันตรายในรัศมีการลื่นล้ม ส่วนไฟแต่งหน้าหรือโกนหนวดตรงเคาน์เตอร์ ควรเลือกที่มีแสงสว่างเพียงพอ และมีสีนวลตาเป็นธรรมชาติ ห้องครัวและห้องรับประทานอาหาร - สามารถแยกออกเป็น 2 โซนคือโซนทำอาหารกับโซนรับประทานอาหาร ที่ต้องใช้แสงสีต่างกัน เพื่อให้สามารถสร้างบรรยากาศได้อย่างเหมาะสม โดยในครัวควรใช้โคมไฟเพดานที่ให้แสงขาวสะอาดด้วยหลอดแบบ FLUORESCENT สีขาว เพื่อให้มองเห็นรายละเอียดที่ชัดเจน ครัวจะดูสว่างและโปร่ง ตัวโคมไฟต้องตั้งอยู่จุดที่สูงเหนือพื้นที่ทำอาหาร บริเวณใต้ตู้แบบเตี้ย หรือชั้นวางที่อยู่สูง เหนืออ่างล้างจาน และหลอดไฟที่ใช้ก็ต้องสว่างอย่างทั่วถึงและปราศจากเงา ส่วนในห้องรับประทานอาหารก็ต้องเน้นแสงที่ชัดเจนจากด้านบนเป็นหลัก ด้วยโคมไฟเพดานสวยเก๋และสว่างเต็มที่ โดยออกแบบติดตั้งให้ตรงกับจุดที่วางอาหาร เพื่อทำให้เกิดความรู้สึกที่น่ารับประทานมากขึ้น ควรใช้เป็นหลอดแบบ LED ที่สามารถเพิ่มความชัดเจนของตัวอาหาร รวมไปถึงอาจมีโคมไฟติดผนัง โคมไฟตั้งพื้น โคมไฟตั้งโต๊ะ หรือเชิงเทียน มาจัดวางเป็นแสงประกอบด้วยเพื่อเพิ่มความหรูหราในวาระพิเศษ ห้องทำงาน – ควรมีทั้งไฟเพดานที่เปิดสว่างได้เต็มที่เวลาต้องการให้สว่าง และไฟตั้งโต๊ะสำหรับส่องเฉพาะพื้นที่ทำงาน เพื่อให้เกิดโฟกัสและความสบายตาในการทำงาน โดยเลือกระดับแสงที่เหมาะกับลักษณะงาน ถ้าทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ก็ควรมีแสงภายนอกให้สมดุลกับแสงจากหน้าจอเพื่อป้องกันสายตา นอกจากความรู้เรื่องการใช้แสงและโคมไฟที่เหมาะสมต่อการใช้งานในห้องต่าง ๆ แล้ว สิ่งสำคัญที่ต้องพิจารณาคือการเลือกรูปแบบดีไซน์ของโคมไฟให้สอดคล้องกับดีไซน์โดยรวมของบ้าน เพื่อให้ภาพรวมของการตกแต่งออกมากลมกลืนดูมีระดับ เพียงเท่านี้ คุณก็จะสามารถเสกสรรบรรยากาศดี ๆ ให้บ้านสวยได้ดังใจด้วยตัวเอง ------------------------------------------ ชมข้อมูลบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม โฮมออฟฟิศ คอนโดมิเนียม เพิ่มเติมได้ที่ Website : www.realasset.co.th Facebook : www.facebook.com/RealAssetDevelopment Instagram : www.instagram.com/realasset.development/ LINE@ : @realasset Call Center : 1232
<<
<
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
>
>>
เงินผ่อน
เงินกู้
บาท
ปี
%
คำนวณ
เริ่มใหม่
อัตราผ่อนต่อเดือน
บาท
บาท
ปี
%
การคำนวณนี้เป็นการประมาณยอดเงินกู้ได้สูงสุด 35% ของรายได้สุทธิ*
คำนวณ
เริ่มใหม่
อัตราผ่อนต่อเดือน
บาท
เงินกู้
บาท
Real Asset Application