REAL HOME CARE
1232
TH
/
EN
REAL HOME CARE
1232
TH
/
EN
บ้านเดี่ยว
บ้านเดี่ยว วิรัณยา รังสิต - วงแหวน
บ้านเดี่ยว วีวัลดี บางนา
บ้านเดี่ยว วิรัณยา บางนา - สุวรรณภูมิ
บ้านแนวคิดใหม่
บ้านแนวคิดใหม่ เซนส์ บางนา - สุวรรณภูมิ
ทาวน์โฮม
ทาวน์โฮม สตอรี่ส์ รังสิต - วงแหวน
ทาวน์โฮม สตอรี่ส์ บางนา - สุวรรณภูมิ
ทาวน์โฮม เพล็กซ์ อ่อนนุช - วงแหวน
คอนโดมิเนียม
คอนโดมิเนียม เอ สเปซ เมกา 2
คอนโดมิเนียม อาโล่ สุขุมวิท 105 - ลาซาล
คอนโดมิเนียม เอ สเปซ เมกา
คอนโดมิเนียม เดอะ สเตจ มายด์สเคป รัชดา - ห้วยขวาง
คอนโดมิเนียม เดอะ สเตจ เตาปูน - อินเตอร์เชนจ์
Condominium AESTIQ Thonglor
บล็อก
เกี่ยวกับเรา
ติดต่อเรา
Top
REAL ASSET
BLOG
ข่าวสารอสังหาริมทรัพย์
ไลฟ์สไตล์
ข่าวสารกิจกรรม
เคล็ดลับต่างๆ
ข่าวสารอสังหาริมทรัพย์
VIVALDI BANGNA เปิดบ้านต้อนรับเอเจนต์ สัมผัสบ้านเดี่ยวหรูบางนา
ดูรายละเอียด
ไลฟ์สไตล์
สำรวจบ้านและคอนโดบางนา จาก REAL ASSET ใกล้ Mega Bangna
ดูรายละเอียด
ข่าวสารกิจกรรม
เปลี่ยนค่าเช่า เป็นเจ้าของ ที่ ARLO สุขุมวิท 105 – ลาซาล
ดูรายละเอียด
เคล็ดลับต่างๆ
แนะนำขั้นตอนการซื้อบ้านเดี่ยวบางนาผ่านธนาคาร
ดูรายละเอียด
เคล็ดลับต่างๆ
Tip&trick
ดูรายละเอียด
0
4183
10 วิธีกำจัดกลิ่นอาหารในคอนโด กลิ่นแรงแค่ไหนก็หายเกลี้ยง!
ดูรายละเอียด
0
3076
10 เรื่องที่ต้องรู้ในการแต่งบ้านเป็นเรือนหอ
ดูรายละเอียด
0
3268
"ฮวงจุ้ยเด็ด" ทุกห้องสำคัญในบ้าน อ่านจบจัดครบได้ใช้เวลาไม่นาน
ดูรายละเอียด
0
3041
6 เช็คลิสต์เลือกทำเลอย่างไรให้คุ้มค่าน่าอยู่อาศัย
0
4183
10 วิธีกำจัดกลิ่นอาหารในคอนโด กลิ่นแรงแค่ไหนก็หายเกลี้ยง!
ปัญหาเบอร์ต้น ๆ ของชาวคอนโด อพาร์ทเมนท์ และหอพักก็คงหนีไม่พ้น เรื่องกลิ่นอาหารใช่ไหมคะ เลยทำให้ไม่อยากทำอาหารกินเองเท่าไร แต่หลังจากนี้สามารถเข้าครัวทำอาหารกินเองได้อย่างสบายใจ เพราะเรามีวิธีกำจัดกลิ่นอาหารในคอนโดมาฝากแล้ว ทั้งวิธีสกัดกลิ่นไม่ให้เล็ดลอดไปห้องอื่น วิธีไล่กลิ่นออกจาก และวิธีดับกลิ่นที่จะช่วยกำจัดกลิ่นอาหารให้หมดจากห้องของเราเสียที 1. ปิดประตูและหน้าต่างให้มิดชิด - เพราะกลิ่นอาหารสามารถเล็ดลอดไปได้ทุกที่ในคอนโด ก่อนทำอาหารแนะนำให้ปิดประตูและหน้าต่างห้องอื่น ๆ ให้มิดชิดทุกบาน เช่น ห้องนอน ห้องน้ำ และห้องนั่งเล่น 2. เปิดฮู้ดดูดควันช่วยไล่กลิ่น - ควรเปิดฮู้ดดูดควันทิ้งไว้ทุกครั้งขณะทำอาหาร หรือนำพัดลมมาช่วยเป่ากลิ่นออกไป หรือใช้เครื่องฟอกอากาศช่วย แต่อย่าลืมหมั่นทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศด้วยนะคะ กลิ่นอาหารถึงจะหมดไปจริง ๆ 3. แช่แข็งของสด ทิ้งของเก่า - เมื่อได้วัตถุดิบสด ๆ มาจากตลาด ควรนไปแช่ตู้เย็นทันที จะได้ไม่ส่งกลิ่นคาวคละคลุ้งไปทั่วทั้งห้อง ส่วนเศษอาหารที่เป็นขยะ ก็อย่าวางไว้ในห้องนาน ๆ ควรนำใส่ถุงพลาสติกแล้วนำออกไปทิ้งทันที 4. ส่งกลิ่นหอมไปสู้ - หากกลิ่นอาหารไม่ยอมออกไป ก็หาเครื่องหอม เช่น เทียนหอม ธูปหอม เตาน้ำมันหอมระเหย มาตั้งไว้ตามมุมต่าง ๆ แทน เพื่อใช้กลิ่นหอมกลบกลิ่นเหม็นให้หมด แต่ถ้าใครไม่อยากเสียเงิน ก็หาสมุนไพร พืชหอม หรือเปลือกส้ม มาต้มกับน้ำเปล่า เพื่อให้กลิ่นระเหยไปทั่วห้องแทนก็ได้ค่ะ 5. ใช้ตัวช่วยดูดกลิ่น - หากใช้กลิ่นหอมกลบกลิ่นเหม็นไม่หมด เปลี่ยนมาใช้ตัวช่วยดูดกลิ่นแทนก็ได้ โดยการนำน้ำส้มสายชู เบกกิ้งโซดา กากกาแฟ หรือถ่านหุงข้าว มาใส่ในถ้วยแล้วเอาไปวางไว้ตามมุมต่าง ๆ ของคอนโดแทน แต่อย่าลืมหมั่นเปลี่ยนอุปกรณ์ด้วยนะคะ เพื่อให้ประสิทธิภาพในการดูดกลิ่นคงที่ 6. ทำความสะอาดครัวหลังใช้เสร็จทันที - เพิ่มความขยันขึ้นอีกนิดก็พิชิตกลิ่นอาหารได้แล้ว ฉะนั้นหลังทำอาหารเสร็จอย่าเพิ่งทิ้งห้องครัวไปไหน รีบล้างและทำความสะอาดให้เรียบร้อย ทั้งเครื่องครัว จาน - ชาม รวมไปถึงเตาและเคาน์เตอร์ครัว เพราะยิ่งปล่อยคราบสกปรกเหล่านี้ทิ้งไว้นาน กลิ่นก็จะอบอวลอยู่ในห้องไม่หายไปสักที 7. ติดตั้งบานเฟี้ยมกั้นกลิ่น - สำหรับห้องสตูดิโอที่ไม่มีผนังหรือประตูกั้นระหว่างห้อง อาจจะใช้เปลี่ยนมาใช้วิธีติดตั้งบานเฟี้ยมแทน ไว้กั้นกลิ่นเข้าห้องขณะทำอาหาร เพราะเมื่อทำอาหารเสร็จก็ค่อยเปิดออกตามเดิม ไม่กินพื้นที่ แถมห้องยังดูเป็นสัดส่วนมากขึ้นด้วย 8. ใช้หัวหอมกำจัดกลิ่น - รู้หรือไม่ว่ากลิ่นฉุน ๆ ของหัวหอมมีประโยชน์มากนะคะ เพราะหากนำหัวหอมมาสับให้ละเอียด นำไปแช่ในถ้วยน้ำ แล้วเอาไปวางไว้กลางห้องครัว หัวหอมก็จะช่วยดูดกลิ่นและควันจากการทำอาหาร ไม่ให้ฟุ้งกระจายไปทั่วห้องได้ดีเลยล่ะ 9. น้ำส้มสายชูกับขนมปังช่วยดูดกลิ่น - เริ่มจากต้มน้ำเปล่าครึ่งหม้อกับน้ำส้มสายชู 2 ถ้วยตวงจนเดือด จากนั้นนำขนมปังมาชุบลงในน้ำส้มสายชูต้มให้ชุ่มทั้งแผ่น แล้วนำขึ้นมาวางในจาน แล้วตั้งไว้มุมต่าง ๆ ของห้อง ก็ช่วยให้กลิ่นอาหารหายไปได้เหมือนกัน 10. DIY น้ำมันหอมระเหยดับกลิ่น - ใครไม่อยากเสียเงินไปกับการซื้อสเปรย์ดับกลิ่นราคาแพง DIY น้ำมันหอมระเหยใช้เองก็ได้ โดยการผสมเบกกิ้งโซดา 1 ถ้วยตวงกับน้ำมันหอมระเหยกลิ่นที่ชอบ 8 - 12 หยดให้เป็นเนื้อเดียวกัน เทใส่ขวดโหล เจาะรูที่ฝาขวด แล้วนำไปตั้งไว้ตามมุมต่าง ๆ เห็นแล้วใช่ไหนคะว่า การกำจัดกลิ่นอาหารในคอนโดง่ายนิดเดียว สำหรับคนที่อยู่ห้องเช่าในอพาร์ทเมนท์หรือหอพัก ก็สามารถนำวิธีเหล่านี้ไปใช้ได้เหมือนกันนะคะ รับรองว่าไม่เหลือกลิ่นอาหารกวนใจแน่นอน ที่มา : thekitchn, ohmyapt.apartmentratings, wikihow, home.kapook.com
0
3076
10 เรื่องที่ต้องรู้ในการแต่งบ้านเป็นเรือนหอ
เพราะชีวิตคู่เป็นเรื่องละเอียดอ่อน การที่คนสองคนมาใช้ชีวิตร่วมกันย่อมมีหลายสิ่งที่ต้องปรับตัวเข้าหากัน การเตรียมบ้านเป็นเรือนหอจึงมีรายละเอียดสำคัญมากมายที่ไม่ควรมองข้าม การเอาใจใส่ในเรื่องเล็กๆเพื่ออีกฝ่าย คือการแสดงความรักอย่างหนึ่ง ที่จะทำให้ทุกตารางนิ้วของบ้าน ดูอบอุ่นไปด้วยความรักและช่วยเสริมสร้างความสุขในชีวิตคู่ 1. กล่องรับจดหมาย – อาจจะเป็นสิ่งเล็กน้อยที่หลายคนคิดไม่ถึง แต่การย้ายเข้ามาอยู่ร่วมบ้านกันของคนสองคนย่อมหมายถึงการเปลี่ยนแปลงที่อยู่ และสัญลักษณ์ที่สุดแสนโรแมนติกของการเป็นเจ้าของที่อยู่ใหม่ร่วมกัน คือกล่องรับจดหมายใบใหม่ ที่เพียงพอสำหรับเรื่องราวการติดต่อในชีวิตของคนสองคน และพร้อมที่จะขยายเป็นครอบครัวที่ใหญ่ขึ้นในอนาคต 2. ที่จอดรถ – เหตุผลส่วนใหญ่ที่คนทะเลาะกันมักเป็นเรื่องเล็กๆ เชื่อเถอะว่า พื้นที่จอดรถอันสะดวกสบายและเพียงพอสำหรับคุณและคู่ชีวิตจะช่วยลดปัญหาในการใช้ชีวิตลงไปได้มาก ถ้าจะเตรียมบ้านเป็นเรือนหอ ควรเตรียมที่จอดรถดี ๆ มีหลังคาคลุมกันแดดฝนไว้อย่างน้อยสักสองคัน 3. พื้นที่นอกบ้านและสวน – พื้นที่นอกบ้านไม่ว่าจะเป็นสวน สนาม หรือระเบียง ที่ออกแบบและจัดเตรียมให้ผู้อยู่อาศัยสามารถใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพจะช่วยเพิ่มพื้นที่ในการใช้ชีวิตให้มีความหลากหลายและผ่อนคลายมากขึ้นกว่าการอุดอู้อยู่แต่ภายใน หากคุณมีพื้นที่สำหรับจัดสวนสวย ๆ ก็จะยิ่งทำให้ชีวิตคู่ของคุณสวยงามยิ่งขึ้น ทั้งตอนที่ออกมาหย่อนใจนอกบ้าน และตอนที่ทอดสายตาเห็นวิวดีๆออกมาจากในบ้าน 4. ห้องรับแขกและห้องนั่งเล่น – หากคุณหรือคู่ชีวิตของคุณเป็นคนชอบสังคม และมีพื้นที่บ้านเพียงพอ การมีห้องรับแขกแยกส่วนออกมาจากห้องนั่งเล่นจะช่วยรักษาความเป็นส่วนตัวของแต่ละคนได้มาก ในกรณีที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีเพื่อนฝูงหรือมีแขกมาเยือนก็จะไม่เป็นการรบกวนอีกคนหนึ่ง ส่วนห้องนั่งเล่นนั้นก็เป็นพื้นที่สำคัญที่คุณจะมีความสุขและเป็นส่วนตัวได้เต็มที่ เมื่อคุณและคู่ของคุณต้องการใช้เวลาพักผ่อนดี ๆ ร่วมกัน ควรจะมีความสะดวกสบายเตรียมไว้พร้อมสรรพ ตามรสนิยม และกิจกรรมที่ชื่นชอบทั้งของคุณและคนที่คุณรัก ไม่ว่าจะเป็นเฟอร์นิเจอร์สำหรับนั่งเล่นนอนเล่นให้เพลินใจ ชุดโฮมเธียเตอร์สำหรับคนชอบดูหนังฟังเพลง ชั้นหนังสือสำหรับคนรักการอ่าน อย่าลืมติดรูปคู่เอาไว้บนผนังและใส่กรอบสวย ๆ ไว้ชื่นชมด้วยกันล่ะ 5. ห้องครัวและห้องรับประทานอาหาร - เรื่องกินเป็นเรื่องใหญ่ จงมั่นใจว่าคุณมีครัวและพื้นที่รับประทานอาหารที่ตอบสนองรูปแบบการกินของคนสองคนได้เต็มที่ เพราะคนเราชอบกินไม่เหมือนกัน หากมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งขาดความสุขในเรื่องปากท้องก็ย่อมจะเสี่ยงต่อการกระทบกระทั่ง และขอบอกว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ นอกจากมีพื้นที่เพียงพอ ใช้งานได้ดี และทำความสะอาดง่ายแล้ว อย่าลืมดูแลความอุดมสมบูรณ์ของห้องครัวและตู้เย็นของคุณให้พร้อมบริบูรณ์อยู่เสมอ 6. ห้องนอน – ถ้ามองข้ามโหมดโรแมนติกของชีวิตคู่ไปสู่โหมดความเป็นจริง การนอนเป็นพฤติกรรมตามธรรมชาติของมนุษย์ ซึ่งแต่ละคนจะมีนิสัยการนอนที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกาย ความเคยชิน การเลี้ยงดู และความชอบส่วนตัว การจัดห้องนอนให้คนสองคนหลับสบายไปด้วยกัน จะต้องเริ่มจากการเปิดใจพูดคุยกันถึงนิสัยในการนอน บางคนชอบนอนดึก บางคนชอบนอนหัวค่ำ บางคนชอบอ่านหนังสือ บางคนชอบดูทีวี บางคนชอบห้องมืดทึบ บางคนชอบไฟสว่างๆ บางคนชอบเตียงแข็ง บางคนชอบเตียงนุ่ม บางคนนอนกรน บางคนนอนดิ้น ฯลฯ สารพันรายละเอียดของการนอนนี้คือองค์ประกอบความสุขของชีวิต จึงควรหาจุดสมดุลในการใช้พื้นที่ห้องนอนและเวลานอนร่วมกันให้ได้อย่างที่ชีวิตต้องการจริงๆ อย่าหลงงมงายไปกับภาพสวย ๆ ในหนังหรือในโฆษณาทีวี เพื่อที่คุณจะได้ช่วยกันจัดสภาพแวดล้อมของการนอนให้หลับได้อย่างเป็นสุขด้วยกันทั้งคู่ 7. พื้นที่เก็บของ – ข้าวของที่ติดตัวมาของแต่ละคน บวกกับของใช้ต่างๆที่ซื้อกันเข้ามาเพิ่ม ล้วนต้องการพื้นที่จัดเก็บให้เป็นระเบียบเรียบร้อยสวยงาม จงวางแผนเรื่องการซื้อของและพื้นที่เก็บของให้รอบคอบ เพราะนานวันไปคุณก็จะยิ่งมีสิ่งของต่างๆเพิ่มขึ้น ในการจัดเก็บสิ่งใดที่เป็นของส่วนกลาง ควรคิดถึงความสะดวกในการหยิบมาใช้ของอีกฝ่ายหนึ่งด้วย โดยให้ความสำคัญกับการติดป้ายเขียนบอกว่าอะไรอยู่ที่ไหน หรือตกลงกันไว้ให้ดีว่า คุณมีนโยบายในการบริหารและจัดเก็บสิ่งของเครื่องใช้ร่วมกันอย่างไร เพราะเวลาหาของไม่เจอนี่คือเหตุผลในการทะเลาะกันอันดับต้นๆเลยเชียว ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ 8. ห้องน้ำ ห้องส้วม และห้องแต่งตัว – ในวันที่คุณใช้ชีวิตคนเดียว พื้นที่เหล่านี้เคยเป็นพื้นที่ส่วนตัวที่คุณมีความสุขและหวงแหน เมื่อต้องมาใช้ชีวิตร่วมกัน หากบ้านของคุณมีพื้นที่เพียงพอที่จะจัดแบ่งให้แต่ละคนมีพื้นที่ของการใช้ห้องน้ำห้องส้วมและห้องแต่งตัวแบบแยกส่วนก็ควรทำอย่างยิ่ง แม้จะฟังดูฟุ่มเฟือยไปหน่อย แต่เป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้คุณไม่สูญเสียความเป็นส่วนตัวในระยะยาว เพราะช่วงข้าวใหม่ปลามัน อาจจะโรแมนติกดีอยู่หรอกที่ได้แชร์พื้นที่เหล่านี้ด้วยกัน หรือกระทั่งอาบน้ำด้วยกัน (แหม...มันช่างเซ็กซี่อย่าบอกใคร) แต่ขอบอกเลยว่า พออยู่กันนาน ๆ ไปคุณอาจจะอยากได้ความเป็นส่วนตัวในห้องน้ำมากกว่าช่อดอกไม้วันวาเลนไทน์เสียอีก…เชื่อเถอะ 9. พื้นที่ทำงาน – ไม่ใช่เรื่องแปลกหากคุณอาจจะมีบางวันที่ต้องหอบงานมาทำต่อคิดต่อที่บ้าน หรือบางคนอาจจะทำงานอยู่กับบ้าน เป็นแบบ Work from home ซึ่งสมัยนี้ก็มีเยอะ พื้นที่ในการทำงานจึงมีความสำคัญ ควรเตรียมไว้ให้เป็นกิจลักษณะ มีเฟอร์นิเจอร์ครบๆ และมีอุปกรณ์ที่จำเป็นให้พร้อม แยกส่วนจากห้องนอนหรือห้องนั่งเล่นให้มีระยะห่างพอสมควร แต่ก็ไม่ถึงกับตัดขาดจากกัน เพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างมีสมาธิและไม่ต้องอยู่ไกลจากสายตาของคนที่คุณรัก 10. พื้นที่สำหรับความความคิดสร้างสรรค์ – แม้คุณจะรักกันปานจะกลืนกิน แต่เป็นธรรมดาที่ทุกคนย่อมจะมีโลกส่วนตัวและปรารถนาพื้นที่สำหรับการใช้เวลาว่างตามลำพังบ้าง เพื่อปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการให้โลดแล่น ในมุมโปรดที่คุณและเขาสามารถแยกไปอยู่ตามลำพังแล้วรู้สึกสงบสบายใจในเวลาที่ต้องการอยู่กับตัวเอง หรือทำงานอดิเรกที่รัก (เรียกว่าเป็นมุมที่คุณ ‘อยู่คนเดียวด้วยกัน’ เหมือนเพลงพี่เบิร์ดนั่นไง) หากบ้านของคุณมีพื้นที่ให้แต่ละคนได้มีมุมสร้างสรรค์ หรือพื้นที่สำหรับโลกส่วนตัวอย่างพอเหมาะ ทั้งคุณและคนที่คุณรักก็จะไม่ต้องทิ้งบ้านของตัวเองออกไปหาความสุขที่ไหนอีก เพราะอยู่บ้านด้วยกันนี่แหละ...สุขสุด ๆ แล้ว
0
3268
"ฮวงจุ้ยเด็ด" ทุกห้องสำคัญในบ้าน อ่านจบจัดครบได้ใช้เวลาไม่นาน
สำหรับบางคนเรื่อง "ฮวงจุ้ย" เป็นเรื่องสำคัญชนิดที่ว่าลืมกันไม่ได้เลยแม้แต่ห้องเดียว เราจึงรวบรวมเอาเรื่อง "ฮวงจุ้ย" ของห้องต่างๆ ในบ้าน ที่เราต้องใส่ใจมาฝากกัน เรียกได้ว่า อ่านไปจัดไปได้ครบทุกห้อง ฮวงจุ้ยห้องครัว 1.ห้องครัวห้ามอยู่ใกล้ห้องน้ำ เพราะจะทำให้ไม่ประสบความสำเร็จในชีวิตและยังทำให้อับโชค อีกทั้งห้องครัวยังเป็นสถานที่ทำอาหารถ้าอยู่ใกล้ห้องน้ำอาจทำให้ได้กลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ลอยออกมาจากห้องน้ำ วิธีแก้ไขง่ายๆ คือหาฉากมากั้น 2.เตาไฟอยู่ใกล้หน้าต่าง เชื่อกันว่าจะทำให้คนในบ้านเจ็บป่วย ไม่มีโชควาสนา นอกจากนี้ด้วยเหตุผลที่แท้จริงก็คือถ้าลมพัดเข้ามาและเตาไฟอยู่ใกล้หน้าต่าง อาจทำให้เกิดเพลิงไหม้บ้านได้ ดังนั้นควรวางเตาไฟให้อยู่ห่างจากหน้าต่าง 3.ครัวอยู่หน้าบ้าน จะทำให้เราเก็บเงินไม่อยู่ มีแต่ความทุกข์ร้อนตลอดเวลา นอกจากนี้ในเรื่องของกลิ่นในการประกอบอาหารยังรบกวนคนข้างบ้าน อีกทั้งถ้าครัวอยู่นอกบ้านฝุ่นละอองอาจลอยมาปนหรือติดกับอาหารได้ 4.ครัวอยู่ใต้บันได เชื่อกันว่าทำสิ่งใดก็จะไม่สำเร็จ และยังมีผลกระทบเรื่องการเงิน นอกจากนี้ควันอาหารอาจลอยขึ้นไปรบกวนคนที่อยู่ด้านบนและคนที่เดินขึ้นลงบันไดได้ด้วย อีกทั้งคราบน้ำมันยังจะเกาะติดบันไดทำให้สกปรกและลื่นได้ 5.พื้นห้องครัวสูงๆ ต่ำๆ เชื่อกันว่าเป็นสัญลักษณ์ของความอับโชค ทำสิ่งใดมีแต่อุปสรรค เป็นธรรมดาเมื่อพื้นในห้องครัวสูงต่ำไม่เท่ากันย่อมทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย ฮวงจุ้ยห้องนอน 1.หัวเตียงนอนต้องแข็งแรง ความสูงกำลังพอดี เข้ากับฟูกหรือเบาะนอน 2.เตียงนอนควรอยู่ห่างจากประตู อาจจะตั้งอยู่ในแนวทแยงกับประตูแต่ไม่อยู่ตรงข้ามกับประตู แต่เตียงนอนควรอยู่ในตำแหน่งที่เมื่อคุณอยู่บนเตียงแล้วสามารถมองเห็นประตูได้อย่างชัดเจน 3.ผนังด้านหลังเตียงนอนสำคัญมาก เพราะมันจะช่วยเก็บรักษาพลังที่ดีและแข็งแรงไว้ให้คุณ ดังนั้นผนังที่เตียงคุณตั้งไปชิดควรเป็นแบบทึบ จากนั้นคุณก็เลือกทาสีที่เหมาะสมหรือเข้ากับเตียงนอนได้เลย 4.ความสมดุลภายในห้องนอน ถือเป็นหลักฮวงจุ้ยที่สำคัญมาก เช่นคุณควรมีโต๊ะข้างเตียงขนาบทั้งสองด้านของเตียงนอน ไม่ใช่ตั้งไว้เพียงด้านเดียว หรือถ้าไม่ใช่โต๊ะข้างเตียงก็อาจเป็นเฟอร์นิเจอร์มาตั้งเพื่อให้เกิดความสมดุล 5.พลังลื่นไหลรอบๆ เตียงนอน คุณควรมั่นใจว่าเตียงนอนของคุณไม่มีเหลี่ยมมุมแบบคมๆ ซึ่งมันคือตัวแทนของพลังชี่ที่อาจจะโจมตีคุณในขณะที่คุณนอนหลับทำให้การพักผ่อนของคุณไม่เต็มที่ 6.เตียงนอนควรอยู่ห่างจากประตู และประตูอื่นๆ เช่นประตูระเบียงห้อง ประตูห้องน้ำ แต่ถ้าเตียงนอนของคุณอยู่ในด้านเดียวกันอาจตั้งเฟอร์นิเจอร์กั้นระหว่างเตียงกับประตูก็ได้ ฮวงจุ้ยห้องรับแขก 1.ขนาดของห้องรับแขกไม่ควรเล็กหรือใหญ่จนเกินไป แต่ควรเป็นไซส์แบบพอดีๆ 2.ตั้งโซฟาตัวใหญ่ตัวหลักไว้ชิดผนัง ส่วนที่นั่งอื่นๆ วางไว้ใกล้ๆ กับหน้าต่าง 3.โทนสีที่เหมาะสำหรับห้องรับแขก ควรเป็นโทนสีแบบธรรมชาติเน้นความอบอุ่นเป็นกันเอง 4.ระดับของห้องรับแขก ไม่ควรอยู่สูงกว่าห้องรับประทานอาหาร 5.การตกแต่งห้องรับแขกควรเน้นความสดชื่น ความมีชีวิตชีวา โดยการใช้ต้นไม้ ดอกไม้ กระจก หรือปล่อยให้แสงเข้ามาในบ้านได้ 6.ห้องรับแขกต้องโล่ง โดยเฉพาะพวกของเล่นของเด็กๆ ควรเก็บให้เรียบร้อย ฮวงจุ้ยห้องน้ำ 1.โบราณห้ามสร้างห้องน้ำไว้หน้าบ้าน เพราะเป็นตำแหน่งที่ไม่เป็นมงคล ทำให้บ้านสะสมความชื้นและเกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ 2.ห้องน้ำไม่ควรอยู่ในทิศที่ตรงกับประตูห้องนอนหรือห้องครัว เพราะทั้งสองห้องนี้ไม่ควรได้รับการรบกวนจากกลิ่นหรือความชื้น 3. การออกแบบห้องน้ำต้องให้มีอากาศ แสง ลมถ่ายเท เพื่อไม่ให้เกิดความชื้น กลิ่นอับ หรือเชื้อรา ซึ่งเชื่อว่าถ้าเป็นเช่นนั้นจะเป็นจุดรวมพลังไม่ดี 4.ท่อน้ำประปา ควรอยู่ในตำแหน่งที่มองเห็นได้ และต้องไม่พาดผ่านห้องหรือรอยต่อห้องอื่นๆ ในบ้าน ส่วนท่อน้ำทิ้งเป็นทางผ่านของพลังลบดังนั้นไม่ควรตั้งอยู่ในตำแหน่งที่มองเห็น และไม่ควรอยู่ในทิศทางที่น้ำไหลผ่านหรืออยู่ตรงประตูทางออก ที่มา : http://home.sanook.com/
0
3041
6 เช็คลิสต์เลือกทำเลอย่างไรให้คุ้มค่าน่าอยู่อาศัย
หัวใจสำคัญของการเลือกอสังหาริมทรัพย์คือ “ทำเล” เพราะเป็นปัจจัยที่เราไม่สามารถควบคุมได้หากเลือกผิด วันนี้ REAL ASSET จึงได้รวบรวมเช็คลิสต์ในการทำเลที่คุ้มค่าน่าอยู่อาศัยมาฝากค่ะ
<<
<
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
เงินผ่อน
เงินกู้
บาท
ปี
%
คำนวณ
เริ่มใหม่
อัตราผ่อนต่อเดือน
บาท
บาท
ปี
%
การคำนวณนี้เป็นการประมาณยอดเงินกู้ได้สูงสุด 35% ของรายได้สุทธิ*
คำนวณ
เริ่มใหม่
อัตราผ่อนต่อเดือน
บาท
เงินกู้
บาท
Real Asset Application